Author Topic: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative  (Read 15480 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

theastllb

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: May 2012
  • Posts: 213
Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« on: April 07, 2014, 02:26:41 PM »

Obenauf's LP
Heavy Duty Leather Preservative


สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว sf
ก่อนจะเข้าเรื่อง ผมขออนุญาตเล่าถึงที่มา (หรือจะเรียกเว่อร์ๆ ว่าแรงบันดาลใจก็ได้ครับ ฮ่าๆ) ในการเขียนบทความรีวิวชุดใหญ่นี้กันก่อนนะครับ แต่หากเพื่อนๆ ท่านไหนอยากได้เนื้อเต็มๆ ไม่เอาน้ำ สามารถเลื่อนลงไปด้านล่างได้เลยครับ ผมได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นหัวข้อต่างๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาไว้ให้แล้วครับ ^^
เรื่องของเรื่องก็คือ… หลังจากวนเวียนอยู่ในบอร์ด sf มาพักใหญ่ๆ สิ่งหนึ่งซึ่งแต่เดิมผมเห็นว่ายังขาดอยู่และน่าจะเป็นประโยชน์มากๆ หากมีขึ้นได้จริงสำหรับคอมมูนิตี้คนรักยีนส์และเวิคแวร์อย่างเราๆ ก็คือ section ที่รวบรวมข้อมูลและบทวิจารณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ
…และวันนึงความต้องการของผมก็เป็นจริงขึ้นมาครับ นั่นคือการที่พี่ๆ แอดมินได้ตัดสินใจเปิด section review ขึ้นมา (ขอบคุณมากๆ ครับ -/\- ) ประเด็นนึงที่ผมตั้งใจจะเขียนตั้งแต่แรกๆ เลยก็คือรีวิวผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังต่างๆ  ซึ่งก็เป็นที่รู้กันครับว่า ในหมู่คนรักเวิคแวร์อย่างเราๆ นี่คงต้องมีผลิตภัณฑ์เครื่องหนังอยู่ในครอบครองอย่างน้อยคนละไม่ต่ำกว่าชิ้นสองชิ้น คำถามที่ตามมาคือเราจะดูแลเครื่องหนังเหล่านั้นกันยังไง ทั้งในเรื่องของการบำรุงรักษา และการปั้น aging
ซึ่งข้อสงสัยที่ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงเคยมีขึ้นมาในใจกัน ก็คือ แล้วจะใช้ครีม/น้ำมันตัวไหนดีล่ะ? มันต่างกันยังไง? อันไหนเหมาะกับหนังแบบไหน? ต้องใช้ของยี่ห้อรึเปล่า? ฯลฯ
จากการที่ผมมีประสบการณ์ใช้งานผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังมาเกือบสิบยี่ห้อ ก็เลยเกิดความคิดที่ว่า น่าจะลองแบ่งปันประสบการณ์ตรงนี้ในฐานะโฮมยูสเซอร์ดูบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่งานรัดตัวในช่วงต้นปี ประกอบกับตัวขี้เกียจที่เลี้ยงไว้ ทำให้จนแล้วจนรอดก็เลยยังไม่ได้เขียนซักที
นับเป็นโชคดีที่ว่า เย็นวันหนึ่ง คุณ TOR_JV (คุณต่อ) แห่งร้าน selektiv ได้ pm ติดต่อมาขอให้ช่วยเขียนรีวิว Obenauf's LP โดยจะส่งผลิตภัณฑ์ให้ลองใช้ฟรีๆ
ซึ่งอันที่จริง Obenauf's LP นี่ผมก็มีอยู่แล้วครับ เคยลองใช้ครั้งแรกมาหลายปีแล้วเกิดติดใจ พอกระปุกเล็กหมดก็เลยซื้อกระปุกใหญ่ 8 oz มาใช้ นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วหลังจากเปิดกระปุก มันก็ยังไม่หมดเลยครับ
แต่อย่างว่าด้วยความที่ชอบของฟรีอยู่แล้ว (lol) จะปฎิเสธก็ใช่เรื่องครับ ประกอบกับของเดิมที่ยังเหลืออยู่กลิ่นมันเริ่มแปลกๆ หืนๆ เนื่องจากความชุ่ยในการเก็บรักษา ผมเลยสงสัยว่ามันน่าจะเสื่อมแล้ว ก็เลยตกปากรับคำคุณต่อไป ใจนึงนอกจากจะเห็นแก่ของฟรีแล้วก็คือ คิดว่าจะได้นำผลิตภัณฑ์เปิดใหม่ๆ มาทดลองและรีวิวเรื่องการมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสีของหนังไปด้วย จากเดิมที่ไม่เคยเฝ้าสังเกตและตัดสินจากความรู้สึกเอา ซึ่งก็น่าจะคลาดเคลื่อนไปไม่น้อย
ก็ขอถือโอกาสขอบคุณ คุณต่อไว้ ณ ที่นี้เลยละกันนะครับ ทั้งในฐานะที่ช่วยให้ความอนุเคราะห์ผลิตภัณฑ์ดีๆ และเป็นแรงผลักดันให้ผมสลัดความขี้เกียจออกไปบ้าง จนเกิดบทความรีวิวชิ้นนี้ขึ้นมา

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้….
ผมขออนุญาตเข้าเรื่องเลยละกันนะครับ


ตำนาน Obenauf's LP ที่สุดสำหรับนักผจญเพลิง
    OBENAUF'S นั้นแต่เดิมถูกคิดค้นมาให้นักดับเพลิงใช้ ด้วยคุณภาพของ OBENAUF'S ทำให้เป็นที่บอกต่อๆกันและดังไปทั่วโลกโดยเฉพาะที่อเมริกานิยมใช้กันอย่างมากครับ การที่เรามีรองเท้าหรือเครื่องหนังที่มีราคาแพงไว้ใช้งานแน่นอนว่าเราก็ต้องอยากดูและรักษามันให้ดีที่สุด OBENAUF'S จะประกอบด้วยขี้ผึ้ง (BEESWAX) น้ำมันสกัดธรรมชาติ (NATURAL OIL) และ PROPOLIS สารปฏิชีวนะจากธรรมชาติสกัดจากน้ำลายผึ้ง ส่วนประกอบทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นสารสกัดธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีอันตรายเจือปน
โดยสูตรการผสมสารสกัดธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ OBENAUF มาจากคุณ Marv Obenauf ผู้ก่อตั้ง Obenauf นั่นเองครับ คุณสมบัติหลักๆของ OBENAUF'S นั้นเช่น ช่วยป้องกันน้ำ ความชื้น คราบสกปรก ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน และฟื้นฟูหนังที่แห้งกร้านกลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง ที่สำคัญกลิ่นและส่วนประกอบยังเป็นมิตรต่อธรรมชาติด้วยครับ

*Credit : TOR_JV selektiv


Obenauf LP มันดี ยังไง
    Obenauf LP มีดีเพราะมัน “มัน” ครับ
อ่านไม่ผิดหรอกครับ เพราะเจ้านี่มีจุดเด่นเรื่องน้ำมัน ตามชื่อหัวข้อนั่นแหละครับ
ในคลาสของผลิตภัณฑ์แล้ว obenauf LP นี่ที่จริงไม่ได้จัดเป็น leather conditioner เหมือนพวก mink oil, neatsfoot oil หรือออยผสมอื่นๆ นะครับ แต่เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการปกป้องเครื่องหนังจากการใช้งานที่สมบุกสมบัน อย่างการกันรอย กันน้ำ เพราะมี wax เป็นส่วนประกอบหลัก หรือใกล้เคียงกับพวก snoseal
อย่างไรก็ตามด้วยความที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมอยู่เยอะ จึงนับอยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์ high oily wax based ทำให้เจ้านี่มีฐานะเป็นลูกผสม คือใช้ปกป้องก็ดีบำรุงก็เยี่ยม… ประมาณนั้นครับ  เรียกว่าถ้าไม่ซีเรียสมาก สามารถใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบได้เลย
ซึ่งนอกจากคุณสมบัติด้านการปกป้องแล้ว Obenauf LP ยังมีจุดเด่นที่การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ โดยไม่มีส่วนผสมจากปิโตรเลียมและสารสังเคราะห์เจือปนอย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้น
ในผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องหนังส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่เกรดไฮเอนท์ โดยเฉพาะ mink oil จะประกอบด้วยส่วนผสมจากปิโตรเลียม สารสังเคราะห์ประเภทโพลีเมอร์ (เช่น ซิลิโคน) ฯลฯ เพื่อทดแทนส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีราคาแพง เพิ่มปริมาณ หรืออื่นๆ ตามแต่ผู้ผลิตต้องการ
ขณะที่ Obenauf จะใช้ Beeswax หรือขี้ผึ้งธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งช่วยในเรื่องการกันน้ำ กันรอย พร้อมทั้งมี Propolis จากผึ้งที่มีคุณสมบัติช่วยในต่อต้านแบคทีเรีย ผสมเข้ากับน้ำมันผสมสูตรพิเศษที่ช่วยบำรุงรักษา เติมความชุ่มชื้นคืนสู่หนัง
ในระยะสั้นผลิตภัณฑ์สองประเภทนี้อาจไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จะค่อยๆ เห็นผลได้ในระยะยาว เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียมจะเคลือบไว้เฉพาะชั้นผิว ไม่ซึมสู่โครงสร้างของหนัง ทำให้นานวันเข้าหนังจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำมันธรรมชาติจากพืชและสัตว์
รวมทั้งสารสังเคราะห์บางตัวอย่างซิลิโคน ซึ่งถูกผสมเข้าไปเพื่อเพิ่มคุณสมบัติป้องกันน้ำนั้น เมื่อใช้ไปซักระยะหนึ่ง ซิลิโคนจะบล็อกรูขุมขนของหนังชิ้นนั้นอย่างถาวร จนทำให้คอนดิชันเนอร์ไม่สามารถซึมเข้าไปได้ เป็นผลให้หนังแห้งเสียและไม่สามารถฟื้นสภาพกลับมาได้ครับ
อย่างไรก็ตาม เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน obenauf lp เองก็มีข้อดีที่ต้องแลกมาด้วยข้อเสียเช่นกัน จากการที่มีราคาแพง และเสื่อมสภาพได้ง่ายหากเก็บรักษาไม่ดี
ดังนั้นในการเก็บรักษา ผมขอแนะนำให้เก็บไว้ในห้องอุณหภูมิ 25-30 องศา หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง หรือจะเก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้ เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงคุณสมบัติเดิมไว้ให้นานที่สุดครับ


การใช้งาน
    ในการใช้งาน Obenauf LP จะมีวิธีการใช้งานคล้ายๆ กันกับผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังประเภทคอนดิชั่นเนอร์ครับ นั่นคือสามารถทาลงไปตรงๆ บนหนังแห้งได้เลย เพียงแต่จะมีวิธีการลงพิเศษอยู่เพราะเนื้อมันค่อนข้างแข็ง ไม่ได้กึ่งเหลวหรือเหลวเหมือนผลิตภัณฑ์อื่นๆ
วิธีพิเศษที่ว่านี่ก็สุดแสนจะเข้ากับคอนเซปธรรมชาติเรียบง่ายของตัวผลิตภัณฑ์ นั่นคือการใช้มือ bare hand ครับ!
จริงอยู่ว่า obenauf เองก็มี applicator ขาย หรือในท้องตลาดก็มีแปรง ฟองน้ำ ผ้า ฯลฯ สำหรับทาผลิตภัณฑ์ดูแลหนังอยู่ไม่น้อย
แต่จากประสบการณ์การใช้งาน ผมว่าไม่มีอะไรดีเท่าการใช้มือเปล่าแล้วครับ นั่นเพราะอุณหภูมิความร้อนจากร่างกายคนเราจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปของแข็ง ละลายออกมาในปริมาณพอดีกับการใช้งาน ไม่มากไม่น้อยเกินไป
แต่ทั้งนี้  การใช้งาน obenauf ก็สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็นสองวิธีครับ นั่นคือการทาเพื่อบำรุงรักษาหนังทั่วไป กับการทาเพื่อกันน้ำให้เครื่องหนัง ซึ่งทั้งสองวิธี จะมีขั้นตอนแตกต่างอยู่บ้าง ตามรายละเอียดด้านล่างครับ

บำรุงทั่วไป
Step 1 เช็ดเครื่องหนังที่เราจะทำการลง obenauf ให้สะอาด หากเป็นรองเท้าให้ใช้แปรงขนม้าปัด

Step 2 ใช้มือแตะที่ obenauf ประมาณ 5-10 นาที อุณหภูมิจากมือจะทำให้ obenauf เริ่มละลายพอเหมาะแก่การทา หรือหากทำในห้องแอร์ ลองใช้ไดร์เป่าผมลมอ่อนๆ เป่าก่อนซัก 45 วินาทีก็จะยิ่งช่วยให้ obenauf สามารถทาได้ง่ายขึ้น จากนั้นทา obenauf ลงบนเครื่องหนัง โดยทาเป็นวนๆ จนทั่ว แล้วทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 30 นาที

Step 3 นำผ้าเช็ดรองเท้า หรือผ้า cotton สะอาด เช็ดเครื่องหนังให้ทั่วจนขึ้นเงา จากนั้นหากเป็นรองเท้าให้นำแปรงขนม้ามาปัดอีกรอบ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีครับ


ซีลกันน้ำ
ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์นี้จะมีคุณสมบัติเด่น เรื่องการช่วยป้องกันน้ำ แต่หากลงไม่ถูกวิธี การกันน้ำก็จะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรครับ โดยวิธีการการลงกันน้ำให้เครื่องหนัง มีขั้นตอนดังนี้
Step 1 ใช้ไดร์เป่าผม เป่า obenauf โดยใช้ไฟอ่อน เป็นเวลา 3-5 นาที หรือจนกว่าเนื้อผลิตภัณฑ์จะค่อนข้างเหลว แล้วจึงนำมาชโลมบนเครื่องหนังให้ทั่วจนชุ่ม (ตามภาพ)

Step 2 นำไดร์เป่าเครื่องหนังที่ทำการทา obenauf เรียบร้อย โดยใช้ไฟอ่อนเป่าให้ทั่ว จนกว่าผลิตภัณฑ์จะแห้งและซึมเข้าในเครื่องหนังจนหมด (*ต้องใช้ไดร์เท่านั้น ห้ามทิ้งให้แห้งเองเด็ดขาด เพราะจะทำให้ obenauf แห้งค้างเฉพาะบนผิวของหนัง แต่การใช้ลมร้อนจากไดร์จะช่วยเปิดรูขุมขนของหนัง ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถซึมลงไปได้อย่างทั่วถึง มีผลให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปได้) จากนั้นวางผึ่งไว้ในที่มีลมโฟลอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

Step 3 เช็ดเครื่องหนังด้วยผ้าสะอาดจนขึ้นเงา สำหรับรองท้าให้ใช้แปรงขนม้าปัดให้ทั่วอีกครั้ง เพียงเท่านี้…เครื่องหนังชิ้นโปรดของเรา ก็พร้อมจะออกไปลุยน้ำลุยฝนนอกบ้านได้แล้วครับ


ทดสอบคุณสมบัติกันน้ำ
    เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเจ้า Obenauf LP นี่จะกันน้ำให้เครื่องหนังได้จริงอย่างที่โฆษณาไว้หรือเปล่า… ผมจึงได้ลองทำการทดสอบดูครับ
โดยเครื่องหนังที่นำมาทดสอบคือ เข็มขัดหนังวัวโปแลนด์ฟอกฟาด ความหนา 6 mm เพราะอย่างที่รู้กันครับ ว่า หนังฟอกฟาดหากโดนน้ำ น้ำจะซึมเข้าสู่ผิวแทบจะทันทีจนทำให้หนังบวมเกิดเป็นรอยด่างๆ
แต่หลังจากลงผลิตภัณฑ์ตัวนี้แล้ว ผลจะเป็นอย่างไร ไปชมภาพกันเลยครับ…

หลังเทน้ำใส่ น้ำเกาะเป็นหยดๆ บนผิวเข็มขัด

ทิ้งไว้หนึ่งนาที หลังเช็ดออก พบว่าน้ำไม่สามารถซึมเข้าไปได้ และแทบไม่ทิ้งร่องรอยคราบน้ำไว้

สรุปว่าเรื่องกันน้ำนี่ สมคำร่ำลือครับ เรียกว่าใช้ได้ดีไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์กันน้ำเครื่องหนังเพียวๆ อย่าง snoseal เลยจริงๆ


ใช้กับอะไรได้บ้าง
    ขึ้นชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาหนัง แน่นอนว่าย่อมต้องใช้กับเครื่องหนัง เพียงแต่ประเภทหนังที่จะทำการลง obenauf นั้น ขอให้เป็น Calfskin ผิวมันทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหนังวัว หนังม้า หนังแกะ ใช้ได้หมดครับ ส่วนพวกหนัง rough nubuck suede ห้ามใช้เด็ดขาด
ในรีวิวนี้ ผมได้แยกประเภทการใช้งานไว้ตามชนิดของเครื่องหนัง แบ่งเป็น รองเท้า กระเป๋า เข็มขัด รวมทั้ง accessories อื่นๆ
และพิเศษ! รีวิวการ aging เมื่อใช้กับหนังฟอกฟาดสีธรรมชาติ
ไปติดตามกันต่อได้เลยครับ…

Great for Boots
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เดิมได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อใช้กับ Work Boots มาตั้งแต่แรก ดังนั้นเครื่องหนังที่เหมาะที่สุดสำหรับการใช้งานกับ Obenauf's LP แน่นอนว่าต้องเป็นรองเท้าบู๊ทครับ
ซึ่งหลังๆ มานี่ รองเท้าบู๊ททุกคู่ที่ได้มาใหม่ ผมจะนำมาลงซีลกันน้ำก่อนใช้งานทุกครั้ง และหลังจากนั้นก็จะลงบำรุงทุก 2-3 เดือน แต่ถ้าคู่ไหนใช้งานหนักหรือดูว่าหนังค่อนข้างแห้ง ผมจะใช้ boot oil ลงเสริมไปด้วย
โดยเฉพาะในหน้าฝน obenauf เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการช่วยป้องกันบู๊ทราคาแพงของเรา
ผลที่ได้จากการลง obenauf จะทำให้บู๊ทสามารถกันน้ำได้ และพร้อมลุยได้ทุกสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ทำให้หนังของรองเท้าดูชุ่มชื้นเงางามอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม สำหรับบู๊ทหรือรองเท้าประเภทกึ่งเดรสที่มีความเงางามมาก การลง obenauf จะทำให้ความเงานั้นดรอปลงประมาณ 20-30% แต่ก็มีวิธีแก้ง่ายๆ ด้วยการใช้ wax kiwi สีธรรมชาติขัดแบบ “วนน้ำ” อีกรอบ ก็จะได้หนังที่เงาเป็นกระจกแล้วครับ (วิธีการขัดแบบวนน้ำ ลอง search ใน google ดูครับ)
นอกจากเรื่องกันน้ำ ผมยังได้ทำการทดสอบการฟื้นบำรุงสภาพหนังของบู๊ทเก่าที่ค่อนข้างแห้งแข็งให้ดูด้วย ลองชมภาพกันครับ

Red wing chukka รุ่นเก่า เก็บไว้ในกล่องหลายปี หนังเริ่มแห้งแข็ง ดูขาดความชุ่มชื้นและเงางามอย่างเห็นได้ชัด

หลังลง obenauf สองรอบ ขัด และตากให้แห้ง เห็นได้ว่าหนังกลับมาเงางาม ดูชุ่มชื่นขึ้น ลองจับดูแล้วรู้สึกหนังไม่แห้งแข็งเหมือนทีแรกแล้วครับ สำหรับบู๊ทเก่าที่หนังเริ่มเสื่อมสภาพนี่ obenauf จัดว่าสามารถฟื้นบำรุงได้ดีทีเดียวครับ
อย่างได้ก็ตามเนื่องจากมันไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูสภาพหนังโดยตรง ดังนั้นหากเป็นหนังที่แห้งแข็งมากๆ จนถึงขั้นแตก
คงต้องใช้ conditioner ตัวอื่นช่วยก่อนจะลง obenauf ถึงจะได้ผลครับ

Best for Bag (especially FIlson)
Obenauf's LP ถือเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวที่ filson แนะนำให้ใช้กับเครื่องหนังของทางแบรนด์ แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังอื่นๆ จะไม่ควรลงกับ filson นะครับ เพียงแต่ผมเข้าใจว่า filson และ obenauf น่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกัน รวมทั้ง obenauf เองก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน จนเป็นตำนานเช่นเดียวกับ filson ทั้งยังได้รับความนิยมในหมู่นักล่าสัตว์ นักผจญภัยชาวอเมริกันมาช้านาน เรียกว่ามีกาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์มาแล้ว จึงน่าจะเหมาะที่สุดสำหรับไลฟ์สไตล์ลุยๆ ของคนที่ใช้ filson ครับ
ในการใช้งานจริง กระเป๋า filson ทุกใบผมจะลง obenauf แบบซีลกันกันน้ำในส่วนที่เป็นหนังก่อนใช้งานครั้งแรกเสมอครับ หลังจากนั้นก็จะลงบำรุงบางๆ อย่างน้อยสามเดือนครั้ง
ผลลัพธ์ที่สังเกตได้อย่างชัดเจนคือการช่วยป้องกันน้ำ ทำให้ส่วนที่เป็นหนังของกระเป๋าดูเงางามขึ้น และช่วยป้องกันรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ประเภทรอยขนแมว แต่สำหรับท่านที่หวังว่าจะลงเพื่อให้สายหนังนิ่มสบายขึ้น ขอบอกเลยว่าตัวนี้แทบไม่ช่วยครับ แนะนำให้หา neatfoot oil หรือ boot oil มาลงคู่กันอีกที รับรองว่าหลังลงประมาณสามครั้ง หนังนิ่มสบายขึ้นแน่นอนครับ ^^
(รูปภาพขอติดไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมาอัพเดตอีกที)

Wallet’s  buddy
ปกติผมจะใช้ obenauf ลงกับกระเป๋าสตางค์หนังดิบที่ไม่ผ่านการเคลือบมาครับ เพราะกระเป๋าพวกนี้ ถ้าทาแค่พวกออยล์รับรองโดนน้ำทีได้เรื่องครับ อย่างกระเป๋าสตางค์หนังฟอกฟาดใบเก่าผมสมัยเป็นนักศึกษา ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่องลงแค่มิงค์ออยล์อย่างเดียว จนวันนึงโดนน้ำหกใส่ สภาพนี่ดูไม่จืดเลยครับ หนังพองเป็นบวมขึ้นมา ทิ้งไว้ให้แห้งแล้วสีก็ยังด่างๆ เน่าๆ ไม่หาย
สำหรับใบที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้ เป็นกระเป๋าสตางค์ kawatako ใบยาวสีส้ม รุ่นเก่า zip ruri ใบนี้จริงๆ ได้มานานพอควรแล้วครับ ตั้งแต่ได้ก็นำมาลงซีลกันน้ำเลย แต่เนื่องจากมันเป็นหนังดิบเลยต้องลงซีลกันน้ำสองรอบครับ ทิ้งระยะประมาณหนึ่งเดือน เพื่อให้มันสามารถกันน้ำได้เต็มที่
ในเรื่องความเงางามที่ได้อาจไม่เท่า wax ของ Tenjin แต่ถ้าเทียบกับคุณสมบัติกันน้ำที่พอๆ กันในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า ผมว่ามันก็โอเคเลยนะครับ สำหรับการใช้งานที่เพียงพอต่อการป้องกันกระเป๋าสตางค์แบบไม่ซีเรียสเรื่องความสวยงามมาก

Etc.
นอกจะใช้ลงรองเท้า เข็มขัด กระเป๋าสตางค์ ซึ่งเป็นเครื่องหนังดิบเป็นหลักแล้ว พวกหนังเคลือบพ่นสีต่างๆ ก็สามารถลงได้เช่นกันครับ เครื่องหนังอื่นๆ ที่ผมลง obenauf ก็เช่น เคสมือถือ เคสกล้องถ่ายรูป สายกล้องถ่ายรูป เป็นต้น

ถึงแม้เครื่องหนังประเภทนี้จะมีการเคลือบมาแล้ว แต่การลง obenauf เพิ่มก็จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณสมบัติกันน้ำให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการบำรุงไปในตัวครับ
นอกจากนี้ ประโยชน์ที่เห็นชัดๆ เลยคือ รู้สึกว่าหนังชุ่มชื่นขึ้น และดูเงาสวยขึ้นด้วยครับ
แต่มีข้อสังเกตนิดนึงว่า หนังชนิดผ่านการพ่นเคลือบมาแล้ว เวลาลง obenauf เนื้อผลิตภัณฑ์จะไม่ค่อยซึมเข้าไปมากเหมือนพวกหนังดิบ แนะนำว่าให้ทาแต่น้อยก็พอครับ มันจะได้ไม่เหลือค้างเป็นเหนอะๆ บนผิว


Aging
    สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังประเภทออยล์หรือกึ่งออยล์ ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่หลายคนคำนึงถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องการเปลี่ยนสีของหนังหลังลงผลิตภัณฑ์นั้นๆ
ผมเลยคิดว่าถ้าทำการทดสอบการเปลี่ยนแปลงสีของหนังให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยคงจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย
เครื่องหนังที่นำมาทดสอบในครั้งนี้คือ ซองใส่บัตร kawatako หนังโทชิกิ ฟอกฟาดสีธรรมชาติ
โดยระยะเวลาที่ใช้ทำการทดสอบคือ 5 สัปดาห์ ด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ต้องทำการลง obenauf สัปดาห์ละครั้ง
จากปกติที่ควรลงเดือนละครั้ง เผื่อให้เห็นผลได้เร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผมได้เว้นไม่ลง obenauf ในช่องตรงกลางของซองไว้ เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบได้ง่ายยิ่งขึ้น
ผลจะเป็นอย่างไร รับชมจากรูปได้เลยครับ

สัปดาห์ที่หนึ่ง หลังลงครั้งแรก

สัปดาห์ที่สาม หนังบริเวณที่ลงเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สัปดาห์ที่ห้า สีเริ่มไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งที่สามและสี่มากนัก แต่มีความเงางามเพิ่มขึ้น

ผลที่ได้คือ obenauf จะเปลี่ยนสีหนังให้เข้มขึ้นเฉพาะจากหนังดิบในครั้งแรกๆ เท่านั้น แต่ในครั้งหลังๆ ที่ใช้ สีจะเริ่มคงที่และไม่เข้มขึ้นจนสังเกตได้มากนัก รวมทั้งสีของหนังที่ได้จะเรียบเนียน สม่ำเสมอ หากเป็นมิงค์ออยล์หรือออยล์อื่นๆ สีจะเข้มขึ้นกว่านี้อย่างน้อย 30% และหนังจะออกแนวเซอร์ๆ สีไม่เรียบเนียนเท่ากันทั้งชิ้นครับ
สรุปว่า Obenauf's LP คงไม่เหมาะนำมาปั้นหนังฟอกฟาดเท่าไหร่นัก แต่สำหรับใช้งานกับเครื่องหนังอื่นๆ โดยเฉพาะรองเท้าที่หลายๆ ท่านกลัวกันว่าพวกผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังจะทำให้สีเข้มกว่าเดิมจนดูไม่สวย รับรองว่าถ้าเป็นเจ้าตัวนี้ สีไม่เปลี่ยนแปลงไปมากแน่นอน…สบายใจหายห่วงครับ



Conclusion
    หลังจากที่ลองใช้งาน Obenauf's LP มานับจากครั้งแรกก็เป็นเวลาเกือบสองปีได้ บอกได้เลยครับว่าตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังที่ผมชอบและใช้งานบ่อยที่สุด หลักๆ เป็นเพราะความอเนกประสงค์ของมันนี่แหละ ที่สามารถใช้ตัวเดียวจบได้ ได้คุณสมบัติหลักครบ โดยไม่ต้องลงอย่างอื่นเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก
เพียงแต่ถ้าจะเอามาปั้นหนังให้มีสีสวยงามนั้น
จากการทดสอบในครั้งนี้ ผมว่าเจ้านี่ไม่เหมาะครับ เว้นแต่เพื่อนๆ จะไม่รีบร้อนและอยากได้หนังที่ค่อยๆ age แบบช้าๆ ดูเนียนๆ

สำหรับเพื่อนๆ ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องหนังคุณภาพดี มีคุณสมบัติช่วยป้องกันน้ำและความชื้น แบบใช้งานง่าย all in one
ผมแนะนำเลยครับ Obenauf's LP ตัวนี้ตัวเดียวตอบโจทย์ได้หมด
ลองหามาใช้กันดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน…

…ก็จบลงแล้วนะครับ สำหรับรีวิวชิ้นแรกของผม
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อย
ยังไงต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านจนจบด้วยนะครับ ^^


**พื้นที่ โฆษณา**
สนใจผลิตภัณฑ์ Obenauf's สามารถหาซื้อได้ที่
ร้าน SELEKTIV "URBAN STREET GALLERY"
หรือหากสนใจสั่งซื้อทางไปรษณีย์ ก็รบกวนติดต่อทางร้านได้เลยครับ
แต่แนะนำว่าไปดูของเองจะดีกว่า เพราะของเยอะมากแถมราคาดีด้วยครับ
เผลอๆ อาจได้ติดไม้ติดมือกลับมาเพิ่มมากกว่า obenauf อิอิ ^^
**ปล. รีวิวจากประสบการณ์จริงไม่ใช่หน้าม้า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับทางร้านนะครับ**
« Last Edit: July 01, 2015, 06:13:14 PM by theastllb »

JEANSVILLAGE

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: Apr 2014
  • Posts: 23
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #1 on: April 07, 2014, 03:47:10 PM »
น่าลองเอามาใช้บ้าง   8)
JEANS VILLAGE, the village of Authentic Stuff

darksugar

  • Denim Therapist
  • ******
  • Join Date: Nov 2011
  • Posts: 1,052
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #2 on: April 07, 2014, 11:24:12 PM »
เป็นรีวิวที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยครับ เยี่ยมมากๆ.

Freezing_Atmosphere

  • 6 months unwash
  • ***
  • *
  • Join Date: Mar 2011
  • Posts: 296
  • Wear what you want
    • Selvage Verge
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #3 on: April 08, 2014, 03:52:09 PM »
 :)

สุดยอดรีวิวเลยครับ
Blog รีวิว/รูป ยีนส์ทั้งหลาย
http://www.selvageverge.com/
Leather Goods: http://www.selvageleathercraft.com/

theastllb

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: May 2012
  • Posts: 213
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #4 on: April 08, 2014, 10:40:36 PM »
:)

สุดยอดรีวิวเลยครับ
เป็นรีวิวที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยครับ เยี่ยมมากๆ.

ขอบคุณมากครับ  ^-^ :))

ultra_taro

  • Selvedge Whore
  • *******
  • *
  • Join Date: Jan 2011
  • Posts: 3,437
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #5 on: April 10, 2014, 07:05:25 PM »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ละเอียดมากเลย ชอบๆ   ^-^

Gz

  • Brand new with tag
  • *
  • Join Date: May 2011
  • Posts: 18
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #6 on: April 11, 2014, 10:08:32 AM »
เพิ่งซื้อมาใช้เหมือนกันครับ สีเนียนมากๆแทบไม่เปลี่ยนเลยก็ว่าได้ แต่รบกวนถามครับ
  1. ระหว่างลงสีของหนังจะเข้มขึ้นช่วงคราว(ใช้ลงกระเป๋าตังค์ฟอกฝาดนะครับ)   เราใช้น้ำหนักมือมากน้อยแค่ไหนครับ เพราะดูตำแหน่งที่กดแรงจะเข้มกว่าครับ   แล้วต้องลงเยอะพอสมควรถึงจะอิ่มตัวเข้มสุด(คือผมอยากให้มันเคลือบแค่บางๆน่ะ  ครับ)
  2. หลังจากกลงแล้ว จะรู้สึกว่าหนังมันหนึบๆ(เหมือนมีตัว obenauf LP   ค้างอยู่ ตรงที่ลงหนาๆจะเหมือนเป็นขุยเลยแต่เช็ดออกได้)   มีวิธีอย่างไรให้หนังมีสัมผัสมันๆเหมือนเดิมครับ(ผมเช็ดอยู่หลายวันเลย   กว่าจะเรียบน่ะครับ)
  3.การที่หนังมีความเงาลดลง รู้สึกด้านๆม่นๆ(dull) การลง kiwi ใส ซึ่งเป็น wax เคลือบลงไปอีกที จะทำให้ชั้นหนังถูกปิดแล้วทำให้หนังแห้งแตก หรือเปล่าครับ
 
  อาจจะดูมีข้อติเยอะไปหน่อย ส่วนตัวชอบผลิตภัณฑ์นะครับ ก็อยากจะแชร์ประสบการณ์และก็สอบถามข้อทูล เทคนิคต่างๆของพี่ๆด้วยครับ  ^-^ 

theastllb

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: May 2012
  • Posts: 213
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #7 on: April 11, 2014, 10:49:42 AM »
เพิ่งซื้อมาใช้เหมือนกันครับ สีเนียนมากๆแทบไม่เปลี่ยนเลยก็ว่าได้ แต่รบกวนถามครับ
  1. ระหว่างลงสีของหนังจะเข้มขึ้นช่วงคราว(ใช้ลงกระเป๋าตังค์ฟอกฝาดนะครับ)   เราใช้น้ำหนักมือมากน้อยแค่ไหนครับ เพราะดูตำแหน่งที่กดแรงจะเข้มกว่าครับ   แล้วต้องลงเยอะพอสมควรถึงจะอิ่มตัวเข้มสุด(คือผมอยากให้มันเคลือบแค่บางๆน่ะ  ครับ)
  2. หลังจากกลงแล้ว จะรู้สึกว่าหนังมันหนึบๆ(เหมือนมีตัว obenauf LP   ค้างอยู่ ตรงที่ลงหนาๆจะเหมือนเป็นขุยเลยแต่เช็ดออกได้)   มีวิธีอย่างไรให้หนังมีสัมผัสมันๆเหมือนเดิมครับ(ผมเช็ดอยู่หลายวันเลย   กว่าจะเรียบน่ะครับ)
  3.การที่หนังมีความเงาลดลง รู้สึกด้านๆม่นๆ(dull) การลง kiwi ใส ซึ่งเป็น wax เคลือบลงไปอีกที จะทำให้ชั้นหนังถูกปิดแล้วทำให้หนังแห้งแตก หรือเปล่าครับ
 
  อาจจะดูมีข้อติเยอะไปหน่อย ส่วนตัวชอบผลิตภัณฑ์นะครับ ก็อยากจะแชร์ประสบการณ์และก็สอบถามข้อทูล เทคนิคต่างๆของพี่ๆด้วยครับ  ^-^

ขอตอบทีละข้อนะครับ
1. ใช้มือลงหนังฟอกฟาด หากลงไม่เยอะและไม่ทั่วพอ หนังจะเป็นรอยด่างๆ ครับ เรื่องน้ำหนักมือคงไม่สามารถกะได้ แนะนำว่าควรลงจนหนังอิ่มน้ำมันเท่ากันหมดครับ
เพราะถึงจะลงจนสีหนังเข้มเท่ากันหมด wax มันยังไงก็ไม่หนาเกินไปครับ เดี๋ยวพอแห้งแล้วสีจะกลับมาใสเหมือนเดิม
แต่ถ้าอยากลงบางจัดๆ จริงๆ (ซึ่งผมว่ามันไม่ค่อยช่วยในเรื่องการปกป้องเท่าไหร่) ให้ใช้แปรงหรือฟองน้ำทาครับ คือเอามือแตะ obenauf's ให้ละลายก่อน แล้วค่อยนำแปรงไปแตะมาป้าย เหมือนทาสีประมาณนั้นครับ

2. ตรงที่หนาเป็นขุยๆ แสดงว่าลงหนาไปครับ เป็นไปได้ว่าอาจหนาถึงขั้นมี wax เป็นชิ้นๆ ค้างอยู่บนหนัง
ซึ่งที่จริง การลงหนาๆ ควรจะใช้เฉพาะกับการลงแบบซีลกันน้ำครับ และต้องใช้ไดรเป่าผมลมร้อนช่วย เพื่อให้ obenauf's ซึมเข้าสู่หนัง
หากปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเอง มันจะเป็นหนึบๆ อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ
วิธีแก้คือให้ใช้ไดรเป่าผมเป่าบริเวณนั้นนานๆ พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดออก
ทำไปเรื่อยๆ จนหายหนึบและหนังขึ้นมันครับ

3. จริงอยู่ว่า kiwi มีส่วนผสมของปิโตรเลียมอยู่ แต่ส่วนผสมหลักของมันก็เป็น wax ธรรมชาติจาก carnauba wax ครับ
และวิธีที่เราใช้ลงนั้น เป็นแค่การตกแต่งขั้นสุดท้ายเฉยๆ ซึ่งใช้ wax ในปริมาณน้อยมาก
จึงไม่ค่อยส่งผลเสียเหมือนการนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสังเคราะห์และปิโตรเลียมมาลงบำรุงรักษาหนังโดยตรง
แต่ถ้าจะให้ดี ลองหาเป็น kiwi เกรด parade gloss ที่มี carnauba ผสมในปริมาณมาก หรือ polish wax ยี่ห้ออื่น ที่เป็น carnauba wax เพียว (หรือผสม wax ธรรมชาติอื่นๆ ) มาใช้ก็จะยิ่งดีครับ
*เรื่องลง kiwi นานๆ แล้วมีผลหรือเปล่าผมไม่แน่ใจครับ เพราะของที่ลง kiwi ก็จะมีแค่รองเท้า wolverine แล้วก็ไม่ได้ลงทุกครั้งครับ นานๆ จะลงที ประมาณลง obenauf's 3 ครั้ง ลง kiwi ครั้งเดียวครับ เลยไม่ชัวร์ว่าลงไปนานเข้า จะมีผลอะไรรึเปล่า

Gz

  • Brand new with tag
  • *
  • Join Date: May 2011
  • Posts: 18
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #8 on: April 12, 2014, 11:26:35 AM »
ขอบคุณมากเลยครับ ไว้อีกสักพักจะลงเพิ่มให้ทั่วละกันครับ
ที่ลงหนาๆคือรองเท้าน่ะครับ คือป้ายไว้ชุ่มๆทั่วๆเลยแล้วเอาใส่ถุงมัดไว้ แล้วไปตากแดด แบบนี้ใช้ได้เหมือนกันใช้ไหมครับ ใช้ไดร์เป่าผม ไม่ค่อยถนัดเลยครับ
 ???

theastllb

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: May 2012
  • Posts: 213
Re: Review : Obenauf LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #9 on: April 12, 2014, 12:23:07 PM »
ขอบคุณมากเลยครับ ไว้อีกสักพักจะลงเพิ่มให้ทั่วละกันครับ
ที่ลงหนาๆคือรองเท้าน่ะครับ คือป้ายไว้ชุ่มๆทั่วๆเลยแล้วเอาใส่ถุงมัดไว้ แล้วไปตากแดด แบบนี้ใช้ได้เหมือนกันใช้ไหมครับ ใช้ไดร์เป่าผม ไม่ค่อยถนัดเลยครับ
 ???

ไม่ทราบครับ ผมไม่เคยลองน่ะครับ
แต่ส่วนตัวผมว่ามันจะแห้งก่อนซึมเข้าเนื้อน่ะสิครับ
เพราะมันไม่มีลมช่วย คิดว่าความร้อนอย่างเดียวไม่พอครับ

ปล. วิธีไดร์เป่าผมนี่ เป็นวิธีที่ต่างประเทศเขาใช้กันเป็นปกติ
สำหรับการลงผลิตภัณฑ์กันน้ำครับ

nitikung012

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: May 2012
  • Posts: 398
  • KMUTNB MtET-R12S 56
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #10 on: May 14, 2014, 10:39:35 PM »
กระเป๋าตังหนังม้า ใช้ได้มั้ยครับ  :)
รัก พระจอมฯ ยิ่งชีพ             KMUTNB MtET56

PoPKRoNCHS

  • 1 month unwash
  • **
  • Join Date: Oct 2012
  • Posts: 243
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #11 on: May 14, 2014, 11:28:37 PM »
รีวิวซะหมดไส้หมดพุงเลยครับ ชอบบบมากเลยยเเบบนี้
ขอบคุณมากมากครับ ตอนเเรกลังเลอยู่พออ่านริวิวนี้ไป ตัดสินใจว่าจะซื้อมาใช้งานล่ะครับ  ^-^
VTG.

pintul2icchio

  • 1 month unwash
  • **
  • Join Date: Aug 2013
  • Posts: 122
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #12 on: May 29, 2014, 12:48:17 PM »
ขอบคุณสำหรับ Review ครับ

chewCh3w

  • 1 Year unwash
  • ****
  • Join Date: Apr 2011
  • Posts: 414
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #13 on: June 02, 2014, 12:44:14 PM »
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=SrzNkhJsJm8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=SrzNkhJsJm8</a>

พูดถึงการขัดเงาแบบลงน้ำผมชอบดูคลิปนี้ เพลินๆดี ^-^

fossilfor

  • Brand new with tag
  • *
  • Join Date: Jul 2012
  • Posts: 7
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #14 on: June 06, 2014, 02:25:25 PM »
 ^-^

Joecho

  • Verified Member
  • *
  • Join Date: Aug 2012
  • Posts: 587
  • For Successful Living
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #15 on: February 23, 2015, 10:06:45 PM »
 ^-^ สุดยอดครับ ความรู้เน้นๆ

zaruman

  • 6 months unwash
  • ***
  • Join Date: Dec 2010
  • Posts: 294
Re: Review : Obenauf's LP - Heavy Duty Leather Preservative
« Reply #16 on: August 02, 2016, 01:53:13 AM »
สุโก้ยยยขอลอกไปใช้บ้างนะครับ